ความลับจากใต้ท้องทะเลแพลงก์ตอนดีต่อผิวอย่างไร ?

Last updated: 5 ก.ย. 2566  |  1411 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ความลับจากใต้ท้องทะเลแพลงก์ตอนดีต่อผิวอย่างไร ?

แพลงก์ตอน คืออะไร ?

       

          “แพลงก์ตอน” สิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วใต้ท้องทะเล ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งสร้างออกซิเจน เป็นอาหารที่สำคัญของสัตว์นานาชนิดแล้ว ยังเต็มไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ที่สามารถนำมาเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ก่อนอื่นมาทำความรู้จักเกี่ยวกับ “แพลงก์ตอน” กันก่อนค่ะ แพลงก์ตอนมาจากรากศัพท์ภาษากรีกที่แปลว่า “drifting” หรือ “wanderer” ซึ่งมีความหมายว่า ล่องลอย หรือ ผู้พเนจร แพลงก์ตอนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ล่องลอยอยู่ในน้ำ ขนาดเล็กมาก ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งหากใช้กล้องจุลทรรศน์ จะทำให้เรามองเห็นแพลงก์ตอนตัวใสหลากสีสัน โดยแพลงก์ตอนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ แพลงก์ตอนพืชและแพลงค์ตอนสัตว์

 

 

  แพลงก์ตอนพืช

เป็นแหล่งอาหารสำคัญของระบบนิเวศทางทะเล เนื่องจากเป็นผู้ผลิตปฐมภูมิที่สามารถผลิตอาหารได้เองผ่านกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ซึ่งจะถูกบริโภคโดยสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอย่างแพลงก์ตอนสัตว์จนไปถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่างวาฬ เมื่อแพลงก์ตอนสัตว์บริโภคแพลงก์ตอนพืชเพื่อการเจริญเติบโตแล้ว สัตว์ขนาดเล็กชนิดอื่น ๆ ก็จะบริโภคแพลงก์ตอนสัตว์ต่อกันไปเป็นทอด และกลายเป็นสายใยอาหารนั่นเอง เพราะฉะนั้นแพลงก์ตอนจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อสายใยอาหารในมหาสมุทร หากขาดแพลงก์ตอนไปสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในมหาสมุทรที่อยู่ในสายใยอาหารจะได้รับผลกระทบทั้งหมด ตัวอย่างแพลงก์ตอนพืช เช่น สาหร่ายสีเขียว สาหร่ายสีแดง สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน ไดอะตอม โปรโตซัวที่สามารถสังเคราะห์แสงได้บางชนิด เป็นต้น

  แพลงก์ตอนสัตว์

สิ่งมีชีวิตที่สร้างอาหารเองไม่ได้จึงกินแพลงก์ตอนพืชเป็นอาหาร โดยแพลงก์ตอนสัตว์จะเป็นอาหารของปลา กุ้ง และสัตว์น้ำขนาดใหญ่อื่น ๆ อีกทอดหนึ่ง แพลงก์ตอนสัตว์ประกอบด้วยสัตว์หลายขนาดตั้งแต่โปรโตซัวขนาดเล็กไปจนถึงสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นในรูปแบบของตัวอ่อนของปลาและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ซึ่งต่อมาจะเจริญเติบโตและกลายเป็นตัวเต็มวัยนั่นเอง การเคลื่อนไหวของแพลงก์ตอนสัตว์ที่เคลื่อนที่ไปพร้อมกับกระแสน้ำทำให้มันสามารถหาอาหารและยังป้องกันตัวเองจากนักล่าได้อีกด้วย ตัวอย่างแพลงก์ตอนสัตว์ เช่น ตัวอ่อนของกุ้ง ปู แมงกะพรุน และลูกปลาขนาดเล็ก เป็นต้น

          แพลงก์ตอนมีคุณภาพดีถูกนำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตเครื่องสำอาง ซึ่งแบรนด์ที่มีราคาสูงชั้นนำระดับโลกต่างนิยมนำมาใช้ ช่วยปรับผิวหน้าให้สดชื่น ลดความหมองคล้ำ ปรับผิวหน้าให้กระจ่างใส มอบความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุ่น ปรับผิวเรียบเนียน นอกจากนี้ยังปกป้องผิวจากแสงแดดอีกด้วย นอกจากนี้มิสเดอร์มาจะมาเล่าเพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชน์ของเจ้าตัวแพลงก์ตอน ประเภท และปริมาณของแพลงก์ตอนที่นำมาใช้ในเครื่องสำอาง ข้อควรระวัง ประเภทของสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของแพลงก์ตอน มาเรียนรู้ไปพร้อมกับมิสเดอร์มาได้เลยค่ะ

 
แพลงก์ตอน มีประโยชน์ต่อผิวอย่างไร ?
 
  ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว 
 
ความชุ่มชื้นเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของการมีผิวที่แข็งแรง สารสกัดแพลงก์ตอนจะเข้าไปกักเก็บ และโอบอุ้มความชุ่มชื้นให้กับผิว เมื่อผิวเรามีความชุ่มชื้นที่เพียงพอจะช่วยลดผิวที่แห้งกร้านให้กลับมาชุ่มชื้น ผิวแข็งแรง เต่งตึง

  ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
 
คอลลาเจนเป็นส่วนประกอบของผิวซึ่งมีมากถึง 75% ช่วยให้ผิวยืดหยุ่น เรียบเนียน ซึ่งสารสกัดจากแพลงก์ตอนจะเข้าไปช่วยสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน ลดริ้วรอยต่าง ๆ บนผิว ช่วยให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ ปรับให้ผิวอิ่มเด้ง ยืดหยุ่น และเรียบเนียน

  ช่วยลดเลือนริ้วรอย
 
ริ้วรอยเกิดจากการที่คอลลาเจนและอีลาสตินในร่างกายลดลงตามอายุที่มากขึ้น ทำให้ผิวไม่ยืดหยุ่น ไม่ชุ่มชื้น เซลล์ผิวหนังเสื่อมสภาพลง ซึ่งจากที่สารสกัดแพลงก์ตอนช่วยปรับผิวให้ชุ่มชื้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน จึงทำให้แพลงก์ตอนมีคุณสมบัติลดริ้วรอยไปด้วย ปรับร่องลึกให้แลดูตื้นขึ้น รวมทั้งกระชับรูขุมขน

  ช่วยลดจุดด่างดำ รอยแดง
 
สารสกัดแพลงก์ตอนช่วยลดจุดด่างดำ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน โดยจะทำให้สว่างกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
 
  ช่วยซ่อมแซมผิว
 
สารสกัดแพลงก์ตอนช่วยซ่อมแซมผิวแบบองค์รวม โดยช่วยลดปัญหาผิวที่แห้งกร้าน คล้ำเสีย ย่อนคล้อย ให้กลับมาชุ่มชื้น กระจ่างใส เผยผิวสุขภาพดี เรียกได้ว่า ฟื้นฟูสุขภาพผิวแบบครบวงจร
 
  ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด
 
แสงแดดในประเทศไทยปัจจุบันค่อนข้างแรง ส่งผลให้ผิวหมองคล้ำ เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ สารสกัดแพลงก์ตอนสามารถปกป้องผิวจากรังสี UVB ได้อย่างดีเยี่ยม จึงช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ที่กล่าวไปข้างต้นได้ นอกจากนี้ยังสามารถปกป้อง DNA ของเซลล์ผิวได้อีกด้วย
 

 

ประเภทของแพลงก์ตอนที่นำมาใช้กับเครื่องสำอาง

 

ทางบริษัทฯ ของเรามีแพลงก์ตอนหลากหลายประเภทที่นำมาใช้ในเครื่องสำอาง ดังนี้

  Artemia Salina

อาศัยอยู่ในทะเลสาบที่มีความเข้มข้นของแร่ธาตุต่าง ๆ สูงมาก และมีสาร Diguanoside tetraphosphate (DT) ซึ่งเหมาะกับการใช้เป็นส่วนผสมทำหน้าที่ anti-pollution หรือปกป้องผิวจากสภาวะแวดล้อมต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ซ่อมแซมผิว และเสริมสร้างผิวให้แข็งแรง

  Cystoseira Tamariscifolia

มีลักษณะเป็นกิ่งสีเข้ม ซึ่งจะกลายเป็นสีรุ้งเมื่อสาหร่ายสัมผัสกับแสงผ่านน้ำ สีของพวกเขาเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีม่วงเลื่อมฟ้า แตกต่างกันตามกระแสน้ำ และความลึกของน้ำ จึงได้ขนานนามว่า สาหร่ายสีรุ้ง หรือ Rainbow Algae เกิดสีรุ้งจากการสะสมของ ไขมันใน epidermal cells ของสาหร่าย สาหร่ายสีรุ้งได้ถูกบรรจงเก็บที่ปลายยอด ด้วยมือ 100% เพื่อให้สามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้ ซึ่งแพลงก์ตอนชนิดนี้มีคุณสมบัติ ยับยั่งการสร้างเม็กสีเมลานิน ลดความหมองคล้ำ ปรับสีผิวให้กระจ่างใสอย่างมีประสิทธิภาพ

  สาหร่ายสีเขียว

ส่วนใหญ่พบได้ในแหล่งน้ำจืดหรือบนบก มีเป็นส่วนน้อยที่พบในน้ำทะเล บางชนิดสามารถเคลื่อนที่ได้ เช่น Chlamydomonas และ Volvox  ส่วนใหญ่เป็นสาหร่ายทะเล โดยปกติสาหร่ายสีเขียวจะเก็บสะสมอาหารในรูปของแป้ง รูปร่าง และขนาดของสีเขียวต่างกันตามชนิด บางชนิดที่ขึ้นในนํ้าทะเล และมีสารพวกหินปูนมาเกาะ ทำให้มีลักษณะเป็นแผ่นแข็งสีขาว บางชนิดมีลักษณะเป็นเส้นเกาะลอยเป็นแพตามบ่อหรือตามชายฝั่งที่มีนํ้าใส ซึ่งสาหร่ายสีเขียวมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นสู่ผิวทันที เติมน้ำหล่อเลี้ยงให้ผิว บำรุงผิวอย่างล้ำลึก ให้ความชุ่มชื้นทั้งผิวชั้นใน และผิวชั้นนอก

  สาหร่ายสีแดง

สาหร่ายสีแดงพบทั้งในนํ้าจืดและนํ้าทะเล ในน้ำจืดมักขึ้นตามลำธารที่น้ำค่อนข้างเย็นจัด ส่วนพวกที่อยู่ในนํ้าทะเลเจริญเติบโตได้ดีทั้งในเขตหนาวและเขตอบอุ่น สาหร่ายสีแดงเก็บน้ำตาลในรูปแป้งฟลอริดีอัน ซึ่งเป็นแป้งที่ประกอบด้วยอะไมโลเพกทิน สาหร่ายสีแดงช่วยปรับผิวให้กระจ่างใสขึ้น โดยทำงาน 3 สเต็ป ดังนี้

          1. ยับยั้งการทำงานของ enzyme Tyrosinase อันเป็นสาเหตุของการผลิตเม็ดสีผิว

          2. ยับยั้งการทำงานของ Rab27a และ Melanophilin ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่ในการขนส่งเม็ดสีที่ผลิตขึ้นแล้วจาก melanosome ไปยัง keratinocytes

          3. ยับยั้งการสังเคราะห์ Stem Cell Factor (SCF) ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดกระแดด

 

การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมแพลงก์ตอนอันตรายหรือไม่ ?

 

          มิสเดอร์มาบอกเลยว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแพลงก์ตอน “ไม่อันตราย” เนื่องจากแพลงก์ตอนอาศัยอยู่ในสภาพที่น้ำสะอาด มีความบริสุทธิ์และไม่เป็นมลพิษ จึงทำให้ปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง และประสิทธิภาพสูง ซึ่งทำให้แพลงก์ตอนเป็นที่นิยมใช้ในแบรนด์ชื่อดังมากมาย  แต่ทั้งนี้หากนำมาใส่ในผลิตภัณฑ์หรือสกินแคร์ต่าง ๆ ในปริมาณที่มากเกินกำหนด อาจก่อให้เกิดการอักเสบ และการระคายเคืองได้ ไม่เพียงแต่สารสกัดแพลงก์ตอนเพียงสารเดียวเท่านั้นแต่รวมถึงสารอื่น ๆ ด้วย ดังนั้นมิสเดอร์มาแนะนำให้ใช้ในปริมาณที่เหมาะสมค่ะ

          แต่หากผู้ใดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมแพลงก์ตอนแล้วเกิดการแพ้ เช่น สิวเห่อ เกิดผดผื่น ผิวแห้งลอก มีอาการแสบคันที่ผิว ผิวไวต่อแดดมากกว่าปกติ แนะนำให้หยุดใช้ผลิตภัณฑ์นั้นทันที ล้างหน้าให้สะอาด ไม่แกะ เกา สัมผัสบริเวณผิวหน้า และไม่ควรพอกหน้า เพราะอาจเป็นการรบกวนผิวมากกว่าเดิม และควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน เพื่อปลอบประโลม และฟื้นฟูผิวหน้านั่นเองค่ะ

 

ปริมาณการใช้แพลงก์ตอนในผลิตภัณฑ์

 

มิสเดอร์มาแนะนำให้เลือกใช้ในปริมาณที่เหมาะสม หากใช้ปริมาณต่ำกว่าที่กำหนดอาจไม่เห็นผล แต่หากใช้ปริมาณที่มากเกินกำหนด อาจส่งผลให้ผิวเกิดการอักเสบ เกิดอาการแพ้ และการระคายเคืองตามมาได้ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสมดังนี้

  Artemia Salina ควรใช้เพียง 1-3%

  Cystoseira Tamariscifolia ควรใช้เพียง 1-1.5%

  สาหร่ายสีเขียว ควรใช้เพียง 2%

  สาหร่ายสีแดง ควรใช้เพียง 1-4% 

 

แพลงก์ตอน นิยมนำมาใช้กับเครื่องสำอางประเภทใดบ้าง ?

 

  เซรั่มครีมทาหน้า

  • เซรั่ม และครีมที่มีส่วนผสมของแพลงก์ตอน มักจะเน้นไปที่คุณสมบัติมอบความชุ่มชื้น ลดความหมองคล้ำ ปรับผิวกระจ่างใส กระชับรูขุมขน เผยผิวหน้าฉ่ำโกลว์ เต่งตึง
  • เซรั่ม เนื้อบางเบา ซึมซาบสู่ผิวได้ไว เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวมัน
  • ครีม เนื้อหนัก มีความหนืดมากกว่าเซรั่ม เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแห้ง

  มาส์กหน้า

ในส่วนของมาส์กหน้าที่มีส่วนผสมของแพลงก์ตอน ใช้ช่วงกลางคืน เนื้อของสูตรนี้อาจมีได้ทั้งลักษณะเนื้อหนักเข้มข้น หรือเนื้อบางเบา แต่จะให้คุณสมบัติฟื้นบำรุงผิว มอบความชุ่มชื้นให้ผิว ปลอบประโลมผิว ลดรอยแดง ลดการอักเสบ และการระคายเคืองต่าง ๆ ส่วนมากเน้นเคลม หรือทำโฆษณาไปที่ฟื้นบำรุงผิวภายในข้ามคืน เผยผิวสุขภาพดีในเช้าวันถัดไป

          แพลงก์ตอนสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วใต้ท้องทะเล แต่ให้คุณประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะทางสิ่งแวดล้อม โดยเพิ่มออกซิเจนให้โลก และทางสกินแคร์ โดยลดความหมองคล้ำ ปรับผิวให้กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ลดจุดด่างดำ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ พร้อมกักเก็บ และมอบความชุ่มชื้นให้ผิว นอกจากนี้ยังช่วยสร้างคอลลาเจน ลดเรือนริ้วรอย เพิ่มความยืดหยุด ปรับผิวให้กระชับ นุ่มเด้ง รวมทั้งปกป้องผิงจากแสงแดด ทั้งนี้ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม และไม่เกินกำหนดเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งแพลงก์ตอนมีหลากหลายประเภท ที่เราคุ้นหูยกตัวอย่าง เช่น สาหร่ายสีเขียว สาหร่ายแดง โดยบริษัทเดอร์มาอินโนเวชั่น มีแพลงก์ตอนให้เลือกมากมาย และสามารถนำแพลงก์ตอนไปใส่ได้ในสกินแคร์หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เซรั่ม ครีม มาส์กหน้า

          หากใครสนใจใช้บริการโรงงานรับผลิตครีม ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหรือสกินแคร์ ที่มีคุณภาพสูง ปลอดภัย รวมทั้งเป็นสารสกัดนำเข้า และมีเอกสารรับรอง บริษัทเดอร์มาอินโนเวชั่น ยินดีให้คำแนะนำ และคำปรึกษาอีกทั้งยังการันตีคุณภาพ มาตรฐานระดับสากล โดยควบคุมการผลิตด้วยมาตรฐานระดับสากล ASEAN GMP, ISO 9001, ISO22716, FDA, Green Industry, HALAL และมีบริการนำส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมทั้งมีเครื่องหมายรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาทุกผลิตภัณฑ์ หากท่านใดสนใจสอบถามหรือปรึกษา สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทร : 02-962-3223, 02-962-2177, 095-982-9444 หรือ Line : @derma-innovation

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้