เรื่องต้องรู้ก่อนเลือกโรงงานผลิตเครื่องสำอาง EP.2 ทำไมต้องเลือกผลิตกับโรงงานมาตรฐาน ISO

Last updated: Feb 7, 2019  |  887 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความเครื่องสำอาง Article บทความการตลาด

เรื่องต้องรู้ก่อนเลือกโรงงานผลิตเครื่องสำอาง EP.2 ทำไมต้องเลือกผลิตกับโรงงานมาตรฐาน ISO

อยากเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอาง
ทำไมต้องเลือกผลิตกับโรงงานมาตรฐาน ISO
 
 
เชื่อว่าหลายท่านคงจะคุ้นเคยกันดีกับตัวย่อ "ISO" (International Organization for Standardization) ซึ่งเป็นมาตรฐานรับรองคุณภาพระดับโลก โดยจะแบ่งย่อยมาตรฐานด้านต่างๆ ตามแต่ละอุตสาหกรรม 
 
ซึ่งในบทความนี้ มิสเดอร์มาจะพามารู้จักกับมาตรฐาน ISO ที่มีความสำคัญกับอุตสาหกรรมเครื่องสำอางอย่าง ISO 9001 และ ISO 22716 กันค่ะ
 
 
 
ISO 9001 ก็จะหมายถึงการรับรองคุณภาพด้านการจัดการขององค์กรนั้นๆ โดยจำแนกเป็นข้อๆ ดังนี้
 

1. ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้สินค้า และบริการที่มีมาตรฐาน 
แน่นอนว่าเมื่อเราจะร่วมงานกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจสักแห่งสิ่งที่เราคาดหวังคงหนีไม่พ้นคำว่าคุณภาพมาตรฐาน เพราะนั่นจะหมายถึงว่าเมื่อเวลาผ่านไปสิ่งดีๆที่เราเคยได้รับจากสินค้าและบริการนั้นๆจะยังคงอยู่ ไม่ใช่ดีแค่ช่วงแรกแต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้วคุณภาพค่อยๆ ตกลงเรื่อยๆ
ซึ่งก็แน่นอนว่าโรงงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO ย่อมมีการรักษาคุณภาพที่ดีให้กับคุณลูกค้าแน่นอน เพราะสิ่งที่จะเป็นปัจจัยหลักให้ผ่านการรับรอง ISO นั้นนั่นก็คือการสร้าง และรักษามาตรฐานนั้นๆ ไว้ได้
ด้วยเหตุผลนี้จึงมั่นใจได้ว่า ถ้าอยากได้สินค้า และบริการที่มาตรฐานดีไม่มีตก ต้องเลือกโรงงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล เช่น ISO เป็นต้น
 
 
2. ลูกค้าเป็นบุคคลสำคัญเสมอ
หนึ่งในข้อกำหนดการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 นั้นคือการให้ความสำคัญกับลูกค้า ด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้เลยว่าเมื่อคุณมาเป็นลูกค้าของเราคุณจะเป็นบุคคลสำคัญเสมอ
 
 
3. ได้รับบริการที่รวดเร็ว ตรวจสอบได้
3 นโยบายหลักที่ต้องปฏิบัติตามสำหรับองค์กรที่ผ่านมาตรฐาน ISO 9001 ก็คือ
   - การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
   - มีแผนการปฏิบัติที่ชัดเจน
   - บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
ด้วย 3 นโยบายนี้ทำให้การทำงานเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ามีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณควรเลือกใช้บริการโรงงานที่ผ่านมาตรฐาน ISO 9001
 
  
4. ทุกกระบวนการมีผู้ดูแลงานชัดเจน ตามมาตรฐานการจัดการ
ทุกขั้นตอนการทำงานหากต่างคนต่างทำ ไม่มีผู้ดูแลงานที่ชัดเจนว่ากระบวนการนี้ใครคือผู้รับผิดชอบ หากเกิดปัญหาติดขัดระหว่างกระบวนการขึ้นมาก็คงวุ่นวายน่าดูเพราะกว่าจะสืบหาต้นตอผู้รับผิดชอบได้คงใช้เวลานาน และกว่าจะได้รับการแก้ไข ปัญหาอาจจะบานปลายจนเกิดความเสียหายได้
โดยเฉพาะถ้าเราเป็นลูกค้าก็คงไม่อยากไปฝากอนาคตของธุรกิจไว้กับโรงงานที่ไร้มาตรฐานการจัดการแบบนี้ เพราะอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าหากเกิดปัญหาขึ้นมาแล้ว ความเสียหายอาจบานปลายจนเกินควบคุม ธุรกิจที่เราเพียรสร้างมาก็อาจจะพังทลายลงไปเพียงเพราะความไร้มาตรฐานของผู้ผลิตก็เป็นได้
 
 
5. มีการวิเคราะห์ และประเมินผล
เราไม่มีทางรู้เลยว่าสิ่งที่เราดำเนินการอยู่นั้นเป็นหนทางที่ถูกต้อง หรือเดินมาถูกทางไหมหากขาดการวิเคราะห์ และประเมินผล ซึ่งการวิเคราะห์ และประเมินผลนั้นนอกจากจะทำให้เราเห็นจุดบกพร่องที่ผ่านมาแล้ว ยังทำให้เห็นจุดแข็งได้อีกด้วยจุดนี้จะเป็นประโยชน์มากสำหรับลูกค้าเพราะจะได้ร่วมงานกับพาร์ทเนอร์ที่มีการพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ทำให้สินค้าของเราถูกเพิ่มประสิทธิภาพตามไปด้วย บวกกับคุณภาพการบริการที่เพิ่มตาม ก็เท่ากับว่าการลงทุนของเรายิ่งนานวัน มันยิ่งคุ้มค่าเพราะการพัฒนาต่อเนื่องของพาร์ทเนอร์ ทำให้ทุนเท่าเดิมแต่ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นทุกวัน
 
 
ISO 22716 : 2007 ตามระเบียบใหม่ของสหภาพยุโรป (EC) No 1223 / 2009 ที่เริ่มประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2013 กำหนดให้เครื่องสำอางที่ต้องการวางจำหน่ายในสหภาพยุโรปจะต้องผลิตตามระบบจัดการสุขลักษณะที่ดี สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (GMP for Cosmetic) โดยจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานคุณภาพของโลกคือใช้มาตรฐาน ISO 22716 : 2007 ซึ่งมีแนวทางจัดการดังนี้

1. การจัดการระบบจัดเก็บเอกสาร
2. การควบคุมการผลิต
3. การควบคุมการจัดเก็บ
4. การขนส่งผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง
5. รวมถึงแนวทางในการจัดการกับปัจจัยต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

นั่นหมายความว่ามาตรฐาน ISO 22176 ก็เปรียบเสมือนมาตรฐาน GMP ของสหภาพยุโรปนั่นเอง ซึ่งถ้าหากต้องการผลิตสินค้าด้วยมาตรฐานของยุโรปแล้วนั้นก็ต้องเลือกโรงงานที่มีการรับรองมาตรฐาน ISO 22176 เช่น เดอร์มา อินโนเวชั่น เป็นต้น
และนอกจากมาตรฐาน ISO 22716 และ ISO 9001 แล้ว เดอร์มา อินโนเวชั่น ยังมีมาตรฐานอื่นๆ อีกเช่น ASEAN GMP ของกระทรวงสาธารณสุขเป็นต้น
 
สามารถดูเอกสารใบรับรองได้ที่ลิงค์นี้เลยค่ะ >> https://www.derma-innovation.com/our-standard
 
 
 
สุดท้าย สรุปว่าหากจะเลือกพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจสักแห่งเพื่อมาเป็นผู้ผลิตสินค้าให้กับเราก็ควรเลือกโรงงานที่มีมาตรฐาน ซึ่งคำว่ามาตรฐานไม่ใช่แค่เพียงการมองด้วยตาเปล่า หรือเพียงคำบอกเล่า แต่ต้องมีการรับรองจากสถาบันที่เชื่อถือได้ในระดับสากลเช่น ISO เป็นต้นนะคะ
 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง