รู้เท่าทัน⁉️ "ครีมเถื่อน"

Last updated: Mar 8, 2019  |  3815 Views  |  News

รู้เท่าทัน⁉️ "ครีมเถื่อน"

เสี่ยงหน้าพัง! อยากผิวหน้าขาวใสไร้สิวเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายในยุคนี้ แต่ก็ต้องแลกกับการซื้อครีมบำรุง ซีรั่ม หรือเทคโนโลยีผิวหนังหลายพันหลายหมื่น ซึ่งคนธรรมดาหาเช้ากินค่ำแต่อยากสวยอย่างเราๆ ก็เลยต้องหันหน้าไปพึ่งครีมหน้าใสหน้าขาวที่มีขายออนไลน์ทั่วไปบนอินเตอร์เน็ต กระปุกละหลักสิบหลักร้อย ซึ่งบ้างครั้งผลที่ตามมาก็คือ การรีวิวหน้าพัง จากการผู้ที่มีประสบการณ์ใช้ครีมราคาถูก โดยได้แรงจูงใจจากความอยากขาว และคำโฆษณาเกินจริง ทำเอาหลายคนพลาดมาแล้ว ดังนั้น เพื่อเป็นการเตือนภัยให้กับสาวๆ ก่อนซื้อครีมใช้ใหม่ทุกครั้ง เรามาดูวิธีสังเกตครีมเถื่อนกันค่ะ
 
อย่างไรถึงเรียกว่าครีมเถื่อน!?
  1. ไม่มี อย.
  2. มีสารประกอบครีม เป็นสารที่ อย. สั่งห้าม อย่าง สารปรอท
  3. ใส่สารเกินที่ อย. กำหนด อย่าง สารไฮโดรควินิน
  4. ใส่สาร สเตียรอยด์
  5. สรรพคุณของครีมแรงเว่อร์ (เพราะใส่สารเกินเนี่ยแหละค่ะ)
  6. แบ่งขายเป็นกิโลกรัมได้
  7. แต่ราคาถูก
  8. ไม่มียี่ห้อไม่มีฉลาก ที่ระบุสถานที่ผลิต ผู้ประกอบการ ส่วนผสม วันเดือนปีหมดอายุ



      นอกจากนั้นก่อนซื้อครีมทุกครั้ง ให้ตรวจก่อนซื้อ ว่ามี อย. ไหม มีฉลากรึเปล่า ตรวจก่อนทุกครั้ง และเท่านั้นยังไม่พอ เราต้องมีเทคนิค จับ 3 สารต้องห้ามของครีมเถื่อนกัน คืออะไร ทำอย่างไง ไปติดตามกันเลยค่ะ

ปรอท..เป็นสารต้องห้าม!!

      อย. ได้ระบุไว้ชัดเจนค่ะ ว่าห้ามใส่สารปรอทลงในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เพราะปรอทเป็น สารโลหะหนักที่มีพิษ แม้จะได้รับเพียงเล็กน้อย แต่สารปรอท ก็จะสะสมอยู่ในร่างกาย  โดยสารปรอทจะเป็นตัวเร่งการผลัดผิวให้ไวขึ้น จึงทำให้ดูว่าแค่ 1 อาทิตย์ก็ขาวไวแล้ว แต่ผลจากผลดังกล่าว มีอันตรายกว่าที่คิดค่ะ

      ผลข้างเคียงของ ปรอท เพราะสารปรอท จะไปเร่งการผลัดเซลล์ผิวให้ไวขึ้น แถมยังเป็นโลหะหนักมีพิษ ที่แม้จะได้รับแค่เพียงเล็กน้อย ก็จะสะสมอยู่ในร่างกาย แต่เมื่อได้รับสารปรอทเข้าไป สิ่งที่จะเกิดตามมา มันร้ายแรง อย่างเช่น

  1. ผิวหนังไวต่อแสง ถึงจะขาวไว แต่ก็จะทำให้ผิวบางมากค่ะ คราวนี้ จะทำให้รู้สึกแสบร้อน บริเวณผิวหนัง
  2. เกิดผื่นแดง
  3. เกิดฝ้า
  4. ผิวหน้าดำ คล้ำไหม้ ถ้าเกิดว่าแพ้ขึ้นมา


      และไม่ใช่แค่ผิวหนังที่จะได้รับผลข้างเคียงนะคะ ระบบหายใจ และระบบสมองก็ได้รับผลข้างเคียงนี้ด้วย อย่างเช่น

  1. ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
  2. ตับเป็นพิษ
  3. ไตเสีย
  4. ระบบประสาทเสื่อม
  5. ส่งผลต่อเด็กในครรภ์ อาจจะทำให้เด็กพิการได้


วิธีสังเกตครีมที่ใส่สารปรอท

      ผลเสียถึงขนาดให้ระบบประสาทเสื่อมได้  อย. ถึงได้สั่งห้ามใส่ในผลิตภัณฑ์ แล้วถ้าเราอยากรู้ละ ว่าครีมตัวไหน มีสารปรอท ให้ลองใช้วิธีนี้สังเกตดูนะคะ เริ่มกันที่ ทาครีมลงบนท้องแขน แล้วเอาพลาสเตอร์ปิดแผล ปิดทับครีมที่ทดสอบ

      จากนั้น เอาพลาสเตอร์ปิดแผล อีกชิ้นแปะลงบนผิว ในบริเวณใกล้เคียงกัน รอเวลา ให้ผ่านไป 5 ชั่วโมง ลอกเอาพลาสเตอร์ออกค่ะ สังเกตดูว่า หากตรงบริเวณที่ทาครีม ขาวซีด ผิดปกติกว่าอีกอัน เป็นอันแน่นอนว่า ครีมที่กำลังจะใช้ มีสารปรอทเป็นส่วนประกอบ

 

สารสเตียรอยด์ กฎหมายกำหนดให้เป็นยาควบคุมพิเศษ

      สเตียรอยด์ จะถูกนำเอามาใช้เรื่องของการรักษาสิว ซึ่งครีมที่ขายตามตลาดนัด หรือครีมในเน็ทที่ราคาถูก ขาว ใส ไร้สิว ใน 7 วัน ส่วนมากมีสเตียรอยด์ หากในผลิตภัณฑ์มีสเตียรอยด์จากการสังเคราะห์มากเกินไป จะกดสิวเอาไว้ไม่ให้เกิดขึ้น หน้าเราจึงใสอยู่พักหนึ่ง แต่หากหยุดใช้สิวก็จะเห่อขึ้นมาเหมือนเดิม และส่วนใหญ่จะหนักกว่าเดิม และรักษายากเกว่าเดิมนี้คือผลข้างเคียงของ สเตียรอยด์ สำหรับผลอื่นๆที่ตามมาหากได้รับ สเตียรอยด์ มากกินไปก็คือ

  1. หน้าบวมกลม จากสารเคมี
  2. หลังเป็นโหนก
  3. กระเพราะอาหารเป็นแผล เกิดภาวะติดเชื้อง่ายๆ

      และไม่ใช่แค่อาการที่เป็นผลเสียแก่ร่างกายอย่างเดียว เรามาดูผลกระทบ ที่เกิดกับผิวหน้าเรากันค่ะ

  1. อาการหน้าบาง หลังจากครีมที่มีสารผสมของสเตียรอยด์ไปสัก 2 – 4 สัปดาห์ สิ่งแรกที่จะเกิดกับสาวๆ คือ อาการหน้าบาง ซึ่งเกิดจากการสูญเสียกระบวนการผลิตคอลลาเจนไป ทำให้ผิวหน้า บางตัวลง แล้วสิ่งที่จะบอกเราได้ว่า ผิวหน้าของเรา สูญเสียกระบวนการผลิตคอลลาเจนแล้ว คือ จะเกิดรอยแตกบนผิวหน้ามีปริมาณมากขึ้นค่ะ
  2. หน้าแดง หลังจาก ผิวหน้า ถูกทำลายแล้ว เส้นเลือด ที่อยู่ตามผิวหน้า ก็จะถูกทำร้ายเป็นอย่างต่อมาค่ะ นั้นทำให้เส้นเลือดเกิดความผิดปกติ ทำให้หน้าดูแดงก่ำอยู่ตลอดเวลา
  3. สีผิวหนังซีด เกิดเป็น ด่างขาว
  4. เกิดรอยหลุมสิว
  5. เกิดสิวผด
  6. แล้วพอผิวหน้าเสีย เกิดสิว เราก็จะไปซื้อยาสเตียรอยด์มาใช้อีก จนเกิดเป็นอาการติดสเตียรอยด์

 

วิธีสังเกตครีมที่ใส่สารสเตียรอยด์

      ดังนั้นหากเราอยากรักษาสิวจริง แนะนำให้หาแพทย์ ที่เชี่ยวชาญ คุณหมอจะรู้ดีกว่าเรา ว่าจะต้องใช้สเตียรอยด์แค่ไหน ถึงทำให้หน้าเราสวยใส โดยหากอยากรู้ ว่าครีมที่เราซื้อมา มีสาร สเตียรอยด์ไหม ของแบบนี้ต้องพิสูจน์เ มีวิธีพิสูจน์ง่ายๆ ก่อนใช้ได้ง่ายๆ 2 วิธีคือ

  1. ให้สาวๆป้ายครีมลงบริเวณท้องแขน ที่เป็นเนื้ออ่อน แล้วแปะพลาสเตอร์ปิดแผลทับบรเวณที่ทาครีมลงไป ประมาณ 6 ชั่วโมงนะคะ แล้วแกะออก ถ้าแกะมาปุ๊บ มันขาวซีดผิดปกติ แปลว่า สาวๆ โดนครีมสเตียรอยด์เข้าแล้วค่ะ
  2. สาวๆ สามารถหาซื้อชุดทดสอบสเตียรอยด์ ได้จากร้านเภสัชกร โดยชุดทดสอยสเตียรอยด์แบบชุด จะใช้ทดสอบกับยาแผนโบราณได้

กฎหมายสั่งห้าม ไม่ให้ใส่ "สารไฮโดรควินิน" ลงในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางทั่วไป

      เพราะครีมที่ขายทั่วไป จะใส่สารนี้เกินกว่าที่ อย. กำหนดไว้ถึง 3 – 5 % จึงทำให้ผิวขาว ฝ้า รอยดำจากสิวหายไว แต่ผลข้างเคียงจากการใช้สาร ไฮโดรควินิน  เป็นเวลานานเกินไป จะส่งผลทำให้

  1. เกิดการระคายเคืองบนผิวหนัง
  2. เกิดด่างขาว
  3. ผิวหน้าดำ
  4. เกิดฝ้า สีน้ำเงินถาวร
  5. เกิดโรคผิวหนัง
  6. เกิดตุ่มนูนสีดำบริเวณที่ทาครีมบ่อยๆ
  7. แล้วทาครีมที่มีสารไฮโดรควินิน แต่ไม่ทากันแดด ฝ้าที่เป็นอยู่ ดำขึ้นกว่าเดิม เพราะสารตัวนี้ไวต่อแสงมากกก

      และหนักกว่านั้น เมื่อใช้ครีมทาฝ้าที่มีส่วนผสมของสาร ไฮโดรควินินนานเกิน 6 เดือน เสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังด้วย

วิธีสังเกตครีมที่ใส่สารไฮโดรควิโนน

      สำหรับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะสามารถใช้สารตัวนี้ในการรักษาฝ้า  แต่อยู่ในปริมาณที่ อย. กำหนด คือห้ามเกิน 2 % และแพทย์จะระยะเวลาในการใช้ว่านานเท่าไหร่ในการรักษาฝ้าให้หาย โดยในการวิธีสังเกตว่า ครีมที่เราซื้อมานั้น มีสารไฮโดรควินิน ไหม มีวิธีสังเกตดังนี้ค่ะ

  1. สังเกตุฉลากครีมที่ซื้อมาว่ามีสารดังกล่าวระบุอยู่หรือไม่ โดยกฎหมายอนุญาตให้ใส่สาร ไฮโดรควินินได้ไม่เกิน 2%
  2. น้ำละลายผงซักฟอกเข้มข้น ถ้าในฉลากไม่ระบุ มาพิสูจน์กันด้วยวิธีนี้กันค่ะ ละลายผมซักฟอกกับน้ำ เอาแบบเข้มข้น จากนั้นเอาคัตตอนบัตปาดครีมขึ้นมาเบาๆ จากนั้นก็เอาครีมจุ่มลงไปน้ำละลายผงซักซอกเข้มข้นเลยค่ะ ทิ้งไว้สัก 1 – 2 นาที แล้วเอาขึ้นมาดู ถ้าครีมเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล หรือสีโกโก้ แปลว่าครีมดังกล่าวมีส่วนประกอบของสารไฮโดรควินิน แต่หากเราใช้สารไฮโดรควินินไปแล้ว จะไม่สามารถ ที่จะหยุดใช้ได้ทันที แต่ให้ค่อยๆ หยุดใช้ เช่น เปลี่ยนเป็น 2 -3 วัน ทาสักครั้ง จะได้ไม่เกิดผลข้างเคียงมากค่ะ

 

ที่มา : health.sanook.com, www.ladyissue.com





    "อยากผิวดี ก็ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ น่าเชื่อถือ อาจจะมีราคาสูงกว่าครีมเถื่อน แต่รับรองความปลอดภัยได้มากกว่า นอกจากนี้การรับประทานผัก ผลไม้ อาหารที่เป็นประโยชน์ รวมทั้งออกกำลังกาย ก็ช่วยให้ผิวพรรณของคุณสดใสขึ้นได้ ขอให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของหน้าใสๆ อย่างปลอดภัยดีกว่านะคะ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้านะคะ สวัสดีค่ะ"

มิสเดอร์มา
by Derma Innovation